ติดโควิดเคลมประกันอย่างไร
“ติดโควิดเคลมประกันอย่างไร” นับว่าเป็นคำถามที่ยอดนิยมที่หันไปทางไหน มักจะเริ่มได้ยินจากคนสนิทใกล้ตัว
โดยหลังจากที่มีประกาศฉบับวันที่ 16 มีนาคม 2565 ออกมาใหม่ ระบุให้บริษัทประกันภัยอนุโลมจ่าย
“ค่ารักษาพยาบาล-ค่าชดเชยรายวัน/รายได้” ตามเงื่อนไขที่กำหนดในคำสั่ง
แม้เงื่อนไขในกรมธรรม์ไม่มีกรณี HI – CI – Hotel Isolation
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยที่เจ็บป่วยจากการติดเชื้อโควิด
- Home Isolation ได้แก่ บ้านหรือที่พักอาศัยของผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)
- Community Isolation ได้แก่ หมู่บ้าน วัด โรงเรียน ที่พักคนงานก่อสร้าง หรือ สถานที่อื่นที่มีความเหมาะสมตามที่กรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด และ“กรมธรรม์ประกันภัย” หมายความว่า กรมธรรม์ประกันภัย สัญญาเพิ่มเติม หรือบันทึกสลักหลัง ข้อตกลงคุ้มครอง หรือเอกสารแนบท้าย ที่ให้ความคุ้มครองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม
- Hotel Isolation ได้แก่ โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก อพาร์ตเมนท์ หรือสถานที่อื่นที่มีความเหมาะสมตามที่กรมการแพทย์ กรมสนับสนุน บริการสุขภาพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด
ที่มา https://www.oic.or.th/
ผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19
อาการของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ระลอกใหม่)
ผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะแสดงอาการตั้งแต่ระดับความรุนแรงน้อยไปถึงระดับความรุนแรงมาก
- มีไข้ (ไข้สูงติดต่อกัน 48 ชั่วโมง)
- ไอแห้ง
- ไอมีเสมหะ
- ไม่มีเรี่ยวแรง หอบเหนื่อย
- หายใจลำบาก
- เจ็บคอ
- ปวดหัว
- จมูกไม่ได้กลิ่น
- อ่อนเพลีย
อาการทางผิวหนัง
- มีผื่นแดงลักษณะคล้ายตาข่ายหรือเส้นใยเล็กๆ
- มีจุดเลือดออก
- มีผื่นบวมแดงคล้ายโรคลมพิษ
- บางรายมีลักษณะกลุ่มของตุ่มน้ำคล้ายโรคสุกใส
- เกิดอาการฉับพลัน ร่วมกับอาการมีไข้ ไอ จาม และระบบทางเดินหายใจอื่นๆ
กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19
- เด็กเล็ก (แต่อาจไม่พบอาการรุนแรงเท่าผู้สูงอายุ)
- ผู้สูงอายุ
- คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง
- คนที่ภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือกินยากดภูมิต้านทานโรคอยู่
- คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาก (คนอ้วนมาก)
- ผู้ที่เดินทางไปในประเทศเสี่ยงติดเชื้อ เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อิตาลี อิหร่าน ฯลฯ
- ผู้ที่ต้องทำงาน หรือรักษาผู้ป่วย ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 อย่างใกล้ชิด
- ผู้ที่ทำอาชีพที่ต้องพบปะชาวต่างชาติจำนวนมาก เช่น คนขับแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ลูกเรือสายการบินต่าง ๆ เป็นต้น
ข้อควรปฏิบัติ ขณะรอรถมารับไป รพ.
- กักตัวในห้องแยกจากผู้อื่น ไม่อยู่กับใคร ในห้องแอร์ หากจำเป็นต้องอยู่ห้องกับใครให้เปิดหน้าต่างไว้ให้อากาศถ่ายเท
- สวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาที่ออกมานอกห้องหรือต้องเข้าใกล้ผู้อื่น
- แยกของใช้ อุปกรณ์รับประทานอาหาร และแก้วน้ำ ไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- แยกขยะ แยกการใช้ห้องน้ำ
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือถูกมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเฉพาะหลังขับถ่าย
- ดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารที่สุกสะอาดตามหลักโภชนาการ ทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
- ทำจิตใจให้สบาย ลดวิตกกังวล
- สั่งสินค้า Delivery มาอย่าลืมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ
- เมื่อใช้ลิฟต์ พกปากกา ไม้ลูกชิ้น เป็นที่กดลิฟต์ ไม่ยืนพิงลิฟต์หรือสัมผัสลิฟต์
- หากมีอาการป่วย เกิดขึ้นใหม่ หรืออาการเดิมมากขึ้น เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้ติดต่อสายด่วน 1669 , 1668 , หรือโหลดแอปฯ EMS 1669 เพื่อกดเรียกรถพยาบาลกรณีฉุกเฉิน
- กรณีอยู่บ้านหรือคอนโด กรุณาแจ้งนิติบุคคล
ที่มา https://www.tosh.or.th/
หากติดโควิด แล้วทำอย่างไร
เมื่อผลการตรวจ RT-PCR เป็นบวก ผู้ได้รับเชื้อโควิด-19
ซึ่งจะต้องประเมินอาการและรับการรักษา หมอก็จะแบ่งคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1
กลุ่มที่ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล จะเป็นกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว
(กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว คือ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่มาก ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย)
และกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงในภายหลัง
กลุ่มที่ 2
กลุ่มที่ความเสี่ยงที่จะเกิดโรครุนแรงในภายหลัง โดยจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่อายุมาก
โดยมีอายุตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป หรือว่ามีโรคประจำตัวที่อาจจะทำให้โควิด-19 รุนแรงขึ้น
ถึงแม้ว่าจะเป็นสายพันธุ์โอมิครอนก็ตามและเมื่อประเมินอาการเพื่อเข้ารับการรักษาแล้วจนหายเสร็จ
จะรับผลตอบแทนจากการทำประกันภัยโควิด หรือ “ค่าสินไหมทดแทน”
ที่ผู้เอาประกันจะได้รับหลังจากตรวจพบว่าติดเชื้อ
ติดโควิดเคลมประกันอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง
1.แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (ดาวน์โหลดจาก เว็บไซต์ บริษัทประกันภัยหรือติดต่อขอรับจากบริษัทประกันภัย
2.ผลวินิจฉัยของแพทย์ / โรงพยาบาล หรือ ผล Leb
3.ใบรับรองแพทย์
4.เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องตามทีระบุไว้ในกรมธรรม์ (ค่าใช้จ่ายของสถานพยาบาล ใบรับรองยา,สำเนาบัตรประชาชน,ใบมรณะบัตรแล้วแต่ความคุ้มครอง


