เหตุผลที่ทำให้แผนเกษียณล้มเหลว

หากวันนี้คุณต้องเกษียณ?

หากวันนี้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้คุณต้องเกษียณจากงานที่ทำ และต้องใช้ชีวิตไปอีกอย่างน้อยถึงอายุ 80 ปี 

คุณพร้อมที่จะใช้ชีวิตหรือไม่? คุณจิตนาการว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร.. 

ได้ทานอาหารที่อร่อย 

ได้ไปเที่ยวรอบโลก

หรือมีเงินซื้อของขวัญให้ตัวเองในวันครบรอบต่างๆ

สิ่งที่ผมกล่าวมาคงเป็นภาพฝันของใครหลายๆคน

แล้วทุกวันนี้คุณมีการวางแผนเอาไว้อย่่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตดั่งใจนึกในวัยเกษียณ

แต่ทุกวันนี้เราพบว่าหลายคนกลับละเลยการวางแผนเกษียณอย่างจริงจัง 

หนุ่มสาวอายุ 30 ก็คิดว่ายังไม่ต้องรีบ ใช้ชีวิตให้คุ้มเสียก่อน อายุ 40 ค่อยว่ากัน

แต่หารู้ไม่ว่า เป็นการวางระเบิดเวลาทางการเงินเอาไว้เป็นทีเรียบร้อยซะแล้ว 

ซึ่งจะส่งผลเสียร้ายแรงในอนาคต ฉะนั้นสิ่งที่เราทุกคนที่วางแผนเกษียณจะต้องระวังก็คือ.

อัตราเงินเฟ้อกัดกินค่าเงิน

“อัตราเงินเฟ้อ” เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่ทุกคนต้องเข้าใจและรู้จักก่อนวางแผนเก็บเงินที่ใช้ในยามเกษียณ

เนื่องด้วยในทุกๆปี เงินที่เรามีในมือจะด้อยค่าลงเรื่อยๆ พูดง่ายๆ

     วันนี้เราใช้เงิน 10 บาท ซื้อน้ำได้ 1 ขวด

     อีก 10 ปี เราจะต้องใช้เงิน 30 บาท เพื่อซื้อน้ำ 1 ขวด

รู้อย่างงี้แล้ว เราต้องไม่ลืมวางแผนเก็บเงินเผื่ออัตราเงินเฟ้อในอนาคต

สวัสดิการรัฐไม่เพียงพอ

พนักงานทำงานหลายคนมักจะเข้าร่วม “สวัสดิการของรัฐบาล” อย่าง ประกันสังคม

ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ดี ที่เราได้มีการวางแผนสะสมเงินเกษียณโดยผ่านโครงการของภาครัฐ

แต่เนื่องด้วยแนวโน้มผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น สวนทางกับแนวโน้มของหนุ่มสาววัยทำงานที่มีจำนวนลดลง

จริงอยู่ที่เมื่อยามเกษียณจะได้เงินชดเชย แต่มีโอกาสเสี่ยงที่รัฐจะจัดสรรเงินให้ได้ไม่ทันช่วงเวลา 

และเงินที่ได้นั้นก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้ใช้ชีวิตในยามเกษียณได้อย่างมีความสุข

ไหนจะเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่จะเข้ามา เพื่อใช้ดูแลสุขภาพยามเกษียณ

ยิ่งหากใครประกอบธุรกิจส่วนตัว ยิ่งต้องวางแผนเก็บเงินให้ตัวเองในส่วนนี้อีกด้วย

เราทุกคนจึงต้องแบ่งเงินบางส่วนสร้างสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือ ออมเพิ่มเติม 

ค่ารักษาสุขภาพ อย่ามองข้าม

ไม่มีใครหลีกหนีการเจ็บป่วยไปได้ “ค่ารักษาสุขภาพ” จึงเกิดขึ้นเหมือนเงาตามตัว 

ไม่มีใครรู้อนาคตว่าเราจะป่วยตอนไหน โดยส่วนมากความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ

ยิ่งเหล่าคนโสดการที่จะต้องใช้ชีวิตยามเกษียณย่อมมีค่าใช้จ่ายในการดูแลตามไปด้วย

อาทิเช่น ค่ารักษาพยาบาล พยาบาลส่วนตัวที่จะคอยดูแล หรือ บ้านพักคนชราที่มีคุณภาพ

เหล่านี้นั้นต้องใช้เงินด้วยกันทั้งสิ้น

หากเราไม่ได้วางแผนเอาไว้ เงินที่เราแบ่งเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันยามเกษียณ

ก็จะต้องถูกนำออกมาใช้ ก็เวลาที่กำหนดและอาจทำให้ไม่เพียงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

คนเราอายุยืนมากขึ้น

โลกยุค 2000 ที่ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยี ทำให้เรามมีวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้ำสมัย

โรคหลายโรคที่ไม่เคยรักษาหายก็สามารถรักษาได้ อีกทั่งปัจจุบันผู้คนต่างๆ เริ่มหันมาให้ความ

สนใจและใส่ใจในการดูแลสุขภาพมายิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน หรือ 

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยสถิติปัจจุบัน

  • เพศชายอายุเฉลี่ย 77 ปี
  • เพศหญิงอายุเฉลี่ย 83 ปี

นั้นหมายความว่า หากวันนี้เริ่มเกษียณอายุที่ 60 ปี เราจะต้องใช้ชีวิตไปอีกอย่างน้อยๆ 25 ปีกันเลยทีเดียว

เราจึงต้องวางแผนการเงินให้เพียงพอใช้ยามเกษียณ เพื่อใช้ชีวิตยามเกษียณได้อย่างมีความสุข

ใช้สินค้าทางการเงินให้เหมาะสม

“ให้เงินทำงาน” เป็นอีกสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องทำ อาชีพที่สองของทุกคนคือ นักลงทุน

ต้องรู้จักหาวิธีนำเงินที่หามาได้ ไปสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม และในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง และต้องมีความรู้ความสามารถในการ

ใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆด้วย ยิ่งทุกวันนี้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารแทบจะเป็นศูนย์ จึงไม่เหมาะที่

จะทิ้งเงินที่เราหามาทั้งชีวิตด้วยความเหน็ดเหนื่อย ทิ้งให้กลายเป็นเงินขี้เกียจ (Lazy money) หมดมูลค่า

ไปเรื่อยๆตามกาลเวลา

การวางแผนลงทุนที่ดีต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้แบ่งสัดส่วนความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง

ทำให้บรรลุเป้าหมายการเกษียณได้อย่างที่คาดการณ์เอาไว้

sHERE ON FACEBOOK

Recommends