วางแผนทุนการศึกษาบุตร
วางแผนทุนการศึกษาบุตร การลงทุนที่ดีที่สุดคือ “การศึกษา” ซึ่งการศึกษาในระดับต่างๆย่อมมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับตามแต่ละระดับชั้นและประเภทของสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาเอกชน สถานศึกษานานาชาติ
พ่อแม่ทุกคนต้องมีการวางแผนเตรียมทุนทรัพย์
คำถามคือ ต้องเตรียมเท่าไรละถึงจะเพียงพอ?
วันนี้ผมจะมาเสนอ 3 ขั้นตอนง่ายๆในการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวางแผนทุนการศึกษาบุตร
1. ตั้งเป้าหมาย
คุณพ่อคุณแม่ต้องวางแผนว่าจะเลือกสถานศึกษาแบบไหน สถานศึกษาในต่างประเทศ สถานศึกษานานาชาติ
สถานศึกษาเอกชน
ยกตัวอย่าง
ต้องการให้บุตรเรียน นานาชาติ ถึงประถมศึกษาปีที่ 6
จากนั้นเข้าเรียนต่อที่อเมริกามัธยมศึกษาปี 1 เป็นต้นไป
จนจบปริญญาตรี
คุณพ่ออายุ 35 ปี ต้องการวางแผน 10 ปี
เพื่อเตรียมทุนการศึกษาบุตรตั้งแต่ มัธยมศึกษาปีที่ 1 จนจบปริญญาตรี
2.ประมาณการทุนการศึกษาและวางแผนการเงิน
ประเมินหรือคาดการณ์ จำนวนเงินทุนการศึกษาที่จะต้องใช้ตลอดการวางแผนวางจะต้องมีเท่าไร
อาทิเช่น ค่าเทอม ค่าอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ค่าเดินทางที่พัก(หากต้องเป็นนักเรียนประจำหรืออยู่ต่างประเทศ)
ค่าใช้จ่ายรายเดือน และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดต่างๆ
ยกตัวอย่าง
- ค่าใช้จ่ายอนุบาลรวมเป็นเงินปีละ 200,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายประถมศึกษารวมเป็นเงินปีละ 300,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายมัธยมรวมเป็นเงินปีละ 1,000,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายปริญาตรีรวมเป็นเงินปีละ 1,500,000 บาท
โดยเมื่อประมาณค่าใช้จ่ายได้แล้วจึงลองนำมาวางแผนทุนการศึกษาบุตร พร้อมคำนวณเงินเฟ้อ 3% ต่อปีเข้าไปด้วย
*การคำนวณเงินเฟ้อเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไปเงินมีมูลค่าที่ลดลง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ค่าเทอม
มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกๆปี
จากการจำลองตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าต้องเตรียมเงินทุนการศึกษาบุตรเป็นจำนวนประมาณ 21 ล้านบาท
เพื่อที่จะสามารถส่งให้บุตรได้รับการศึกษาตามแผนด้านต้น
โดยการบรรลุแผนนี้ พ่อแม่จะต้องสะสมเงินปีละ 960,000 บาท และลงทุนด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี
ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี หลังจากนั้นจึงเริ่มปรับความเสี่ยงการลงทุนให้ต่ำลงเหลือ 4% ต่อปี
เพื่อที่จะถอนเงินออกมาใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาบุตร
3.วางแผนปกป้องความเสี่ยง
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวคุณพ่อคุณแม่ เพราะหากผู้ปกครองจากไปก่อนเวลา 10 ปีแรก
จะทำให้การวางแผนทุนการศึกษาบุตรข้างต้น ล้มเหลว
จึงควรขจัดความเสี่ยงดังกล่าวด้วยเครื่องมือทางการรเงินอย่างเช่น ประกันชีวิต
โดยเฉพาะยุคสมัยนี้ มีประกันชีวิตควบการลงทุน ที่ให้ทั้งความคุ้มครองที่สูง บวกกับการลงทุนที่มั่นคง
ทำให้การวางแผนทุนการศึกษาบุตรสามารถไปได้ถึงเป้าหมายอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ตั้งใจ…


