มาตรฐานประกันสุขภาพ (New Health Standard) คืออะไร?
มาตรฐานประกันสุขภาพ (New Health Standard) เป็นข้อกำหนดสำหรับการออกแผนประกันสุขภาพ ที่มีการควบคุมจากนายทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. นั้นเอง ซึ่งข้อกำหนดเดิมถูกปรับปรุง ครั้งล่าสุดคือฉบับปี 2562 ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแข่งขันของบริษัทประกันต่างๆในกลุ่มอุตสาหกรรม จึงทำให้ต้องมีการปรับปรุงมาตรฐานประกันสุขภาพใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ เงื่อนไข ข้อกำหนด รวมถึงข้อยกเว้นต่างๆ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 นี้นั้นเอง
New Health Standard 2564 อะไรเปลี่ยนไปบ้าง?
เมื่อมีการปรับปรุงย่อมมีข้อที่แตกต่างโดยหลักๆ ข้อกำหนดมาตรฐานประกันสุขภาพ (New Health Standard) โดยจะยกข้อเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจใหญ่ๆ ดังเช่น
1. ตารางผลประโยชน์แบบใหม่ (ฺBrief Benefits) แบ่งออกเป็น 13 หมวด เพื่อความชัดเจนและลดความสับสน
– ค่าห้องจะระบุ ค่าห้อง, ค่าอาหาร และค่าบริการโรงพยาบาล
– การระบุความคุ้มครองผ่าตัดแบบไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Day Surgery)
– ค่าบริการรักษาโรคมะเร็ง ที่ครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น Targeted therapy, ฝังแร่เป็นต้น
ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบแบบประกันต่างๆที่มีอยู่มากมายได้อย่างชัดเจน
2. การรับต่ออายุสัญญาเพิ่มเติม (Renewal)
การบริษัทประกันจะสงวนสิทธิ์ไม่ต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมมีได้ 3 กรณี คือ
– ปกปิดสาระสำคัญตอนทำประกัน
– เคลมสินไหมโดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์
– เคลมค่าชดเชยรายวันเกินว่ารายได้ที่แท้จริง
ทีนี้ถึงแม้ว่าเราจะเจ็บป่วยและมีการเคลมเยอะ เคลมยิบ เคลมย่อย หรือจะเป็นโรคร้ายแรง(หลังกรมธรรม์มีผลบังคับใช้)
ก็สามารถต่อสัญญาเพื่อรับความคุ้มครองเดิมได้หมดกังวล ไม่มีโดยเทกลางทางแน่นอน
3. แผนประกันแบบค่าใช้จ่ายร่วม (Co-payment)
ค่าใช้จ่ายร่วม (Co-payment) คือการทำประกันสุขภาพแบบแบ่งกันรับผิดชอบทั้งสองฝ่าย โดยกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ อธิบายให้เห็นภาพดังตัวอย่างต่อไปนี้
ตัวอย่าง
เบี้ยประกันสุขภาพมาตรฐาน 15,000 บาท/ปี
ความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย 1,000,000 บาทต่อปี
ถ้าเป็นแบบ Co-payment 20% หมายความว่า เราต้องจ่ายค่ารักษาในปีนั้นๆ ในครบ 200,000 บาทก่อน โดยยอดค่ารักษาตั้งแต่ 200,001 บาทเป็นต้นไปบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อไป บริษัทประกันก็จะลดเบี้ยประกันให้เรา 20% ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นกรณีนี้เราจะจ่ายเบี้ยประกันแค่ 12,000 บาท/ปี
4. ข้อยกเว้นลดลง&คุ้มครองอาชีพเสี่ยง
เพื่อส่งเสริมให้ทุกคน มีประกันเป็นของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด คปภ. ได้ปรับความคุ้มครองรักษาอันด้วยมาจากสาเหตุในหน้าที่การงานของอาชีพเสี่ยงเดิม อาทิเช่น ทหาร ตำรวจ นักบิน เป็นต้น
5. ระยะดูใจ 2 ปีหลังจากกรมธรรม์อนุมัติ
การบอกล้างสัญญาจากบริษัทประกัน ถ้ากรมธรรม์มีความคุ้มครองมากกว่า 2 ปี ขึ้นไปไม่สามารถทำได้ แม้ว่าผู้เอาประกันจะลืมแถลงปัญหาสุขภาพบางอย่างไปในวันที่ทำประกัน ซึ่งบริษัทรับประกันต้องทำหน้าที่สืบทราบให้เสร็จ ภายในเวลา 2 ปีดังกล่าว หลังจากนั้นถือว่าเป็นการยกผลประโยชน์ให้กับผู้บริโภคไปโดยทันที
สรุปแล้ว New Health Standard ใครได้ประโยชน์?
การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ ยังไงผู้บริโภคก็ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด เพราะมีความชัดเจน และหมดกังวลเรื่องข้อยกเว้นจุกจิกที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคปวดหัวเข้าใจได้ยาก สามารถตัดสินใจเปรียบเทียบแผนประกันได้ง่ายอีกด้วย และมั่นใจได้ว่าจะไม่โดนเทกลางทาง
ส่วนลูกค้าเก่ากรมธรรม์เล่มเดิมสามารถเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนเป็นแบบใหม่ก็ได้ตาม “ความสมัครใจ”
หากต้องการเปลี่ยนเป็นแบบ New Health Standard ก็จะได้สิทธิความคุ้มครองต่อเนื่องโดยที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ


